สถานการณ์ไฟป่าในชัยภูมิยังน่ากังวล โดยเฉพาะแนวเทือกเขาภูแลนคาและพื้นที่ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เจ้าหน้าที่ต้องเร่งควบคุมไฟพร้อมดูแลความปลอดภัยของสัตว์ป่าและชุมชน หลังตรวจพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นหลายจุดในช่วงเช้าเมื่อวันที่ 17 ก.พ.
ภายหลังรองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ ทีมงานจากหลายหน่วยงานร่วมประชุมวางแผนควบคุมไฟป่า รวมถึงการทำแนวกันไฟและจัดกำลังภาคพื้นดินเสริม เพื่อเข้าถึงพื้นที่สูงชันที่ต้องเดินเท้าเข้าไปหลายกิโลเมตร ซึ่งทำให้การดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบากและใช้เวลานาน
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าป่าถูกไฟไหม้สะสมแล้วหลายพันไร่ โดยจุดที่หนักที่สุดคือเทือกเขาภูแลนคา ขณะเดียวกันเครื่องตรวจจับความร้อนพบจุดใหม่ราว 10 จุดในเขตภูเขียว ส่งผลให้ต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ระหว่างการบินสำรวจ ทีมงานพบช้างป่าตัวหนึ่งหนีไฟลงมาใกล้ชุดลาดตระเวนในระยะประมาณ 300 เมตร นักบินจึงใช้เฮลิคอปเตอร์ไล่ให้ช้างถอยห่างและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์ป่า เหตุการณ์นี้ตอกย้ำผลกระทบของไฟป่าที่กระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง
เจ้าหน้าที่คาดว่าจะสามารถควบคุมไฟป่าทั้งหมดได้ในเร็ว ๆ นี้ หากไม่มีการจุดไฟซ้ำ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหยุดการเผาในพื้นที่ เพราะนอกจากทำให้เกิดไฟป่าแล้ว ยังซ้ำเติมปัญหาฝุ่น PM2.5 และสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง
- ตรวจพบจุดความร้อนใหม่ในเขตภูเขียวประมาณ 10 จุด
- พื้นที่ไฟไหม้สะสมหลายพันไร่ โดยแนวภูแลนคาหนักที่สุด
- เจ้าหน้าที่กว่า 50 นายเร่งควบคุมไฟในพื้นที่สูงชัน
- พบช้างป่าหนีไฟ ต้องใช้ฮ. ช่วยกันหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
- ย้ำห้ามเผาป่า เพื่อลดไฟป่าและฝุ่น PM2.5
แหล่งข่าว: https://www.dailynews.co.th/news/5614745/