รมว.ต่างประเทศ ศิหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ให้สัมภาษณ์ที่ภูเก็ตถึงกำหนดเดินทางร่วมประชุมสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่เจนีวา ระหว่างวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ โดยย้ำว่าทริปนี้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า และมีเป้าหมายหลักเพื่อรายงานความคืบหน้าด้านสิทธิมนุษยชนของไทย รวมถึงมาตรการร่วมมือระดับภูมิภาคในการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์
เขากล่าวว่า การเดินทางไม่ได้มีขึ้นเพื่อโต้ตอบคำกล่าวอ้างของกัมพูชา แต่หากมีการพาดพิงถึงไทยในเวทีระหว่างประเทศ ไทยก็พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงในเวทีเดียวกันอย่างตรงไปตรงมา และจะรักษาท่าทีที่สร้างสรรค์ต่อการแก้ปัญหา
รมว.ต่างประเทศยังเน้นถึงความจำเป็นในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจร่วมกัน เพื่อป้องกันการยั่วยุและเหตุปะทะตามแนวชายแดน พร้อมย้ำว่าการกล่าวหาในเวทีนานาชาติไม่ช่วยให้เกิดทางออก และข้อยุติที่แท้จริงต้องมาจากการเจรจาโดยตรงระหว่างสองประเทศ
ด้านกัมพูชา นายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ให้สัมภาษณ์ที่กรุงวอชิงตันว่า ไทยยังคงอยู่ในพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ หลังเหตุปะทะเมื่อปีก่อน แม้จะมีการหยุดยิงในเดือนธันวาคม เขาเรียกร้องให้ไทยเปิดทางคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมเริ่มทำงาน และระบุว่าสถานการณ์ยังเปราะบาง จึงหวังให้คณะกรรมการสันติภาพชุดใหม่ช่วยลดความตึงเครียด
ประเด็นนี้สะท้อนความอ่อนไหวด้านความมั่นคงและการทูตของไทยในช่วงที่ต้องแสดงบทบาทเชิงบวกต่อเวทีสิทธิมนุษยชนโลก ขณะที่ฝ่ายไทยย้ำแนวทางการเจรจาโดยตรงและการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ เพื่อลดแรงปะทะและรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดน
- ทริปเจนีวา 23–25 ก.พ. ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า และเน้นรายงานความคืบหน้าด้านสิทธิมนุษยชน
- ไทยชี้เป้าร่วมมือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์เป็นวาระสำคัญ
- รมว.ต่างประเทศย้ำพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง หากมีการพาดพิงถึงไทยในเวทีสากล
- ไทยย้ำข้อยุติต้องมาจากการเจรจาโดยตรง ไม่ใช่การกล่าวหากันบนเวทีนานาชาติ
- กัมพูชาเรียกร้องคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมเริ่มทำงาน หลังระบุสถานการณ์ยังเปราะบาง
